Nawapoom's profileOODDYPhotosBlogListsMore Tools Help

OODDY

Junkyard of Imagination

Quick Note and Announcement

Welcome y'all!!
Sorry that it's not that updated.... I'll try more :P....
Photo 1 of 12
March 01

The result

I've just checked my blog stat for this week. There's exact 200 visit!
 
hm... i should put on google ad. I don't know how much money can made by one visit. But if i did it for all my blogs, there should be enough money to buy some beers... right?
 
Should be fun!
 
O.D.
February 23

Now this is why kids addict to online game!

No words to explain much, see for yourself :D
 
so lazy to write stuff....
 
 
February 03

พันทิพย์

เมื่อวานไปเดินพันทิพย์ พอดีว่าตัวสำรองไฟที่บ้านมันไม่เก็บไฟแล้ว เลยต้องไปซื้อแบตก้อนใหม่ พันทิพน์ที่ไม่ได้ไปมาระยะหนึ่ง น่าจะประมาณ 2 เดือนกว่า มีอะไรแปลกๆเยอะเลยแฮะ

  • ถ้าเดินจาก BTS ราชเทวี จะเห็นว่าคอนโดใหญ่โคตร คนอยู่เริ่มเยอะแล้ว แล้วบ้านแถวๆนั้นก็เริ่มโดนทุบทิ้งแล้ว สงสัยเฟสสองของคอนโดกำลังมา เห็นป้ายบอกราคาว่าตอนนี้ ตรม. ละ 77,000  แล้ว
  • เดี๋ยวนี้คนที่มาพันทิพย์ที่เป็นสาวสวยเยอะขึ้นแฮะ รวมถึงคุณหญิงคุณนายด้วย นี่คงเป็นข้อพิสูจน์แล้วว่าเทคโนโลยีเข้าไปในชีวิตประจำวันเด็มที่แล้ว
  • เมื่อวานเป็นครั้งแรกที่ไม่มีคนมาทักว่า "โป๊มั้ยพี่"
  • SD card 2 GB ราคา 290 แล้วแฮะ thunb drive นี่ก็ราคาเท่าๆกันเลย ช่วงนี้ตรุษจีนใกล้ถึง มีแบบสีทองลายสีแดงเพียบเลย
  • จอแอลซีดี 22" ของ Acer 8พันกว่าบาท เมื่อ 2 ปีที่แล้ว 17" ยัง เป็นหมื่นอยู่เลย
  • ฮาร์ดดิสก์ของnotebook 160 GB ไม่ถึง 3 พันแล้ว และเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ราคานี้ได้ 80 GB เอง
  • notebook ถ้าไม่ถึง 2 หมื่น เดี๋ยวนี้มีเพียบเลย สเปคดีกว่าเครื่องที่ผมใช้ก็มี
  • มีร้านขาย projector ร้านนึง ซึ่งเดาว่าอยากจ้างพริตตี้มาแนะนำสินค้าแต่คงไม่มีงบ เจ้าของร้านเลยทำซะเอง คือเป็นลุงแก่ๆคนนึงพูดแนะนำสินค้าร้านตัวเอง เห็นแล้วก็แปลกดี
  • ในพันทิพย์มีร้านขายตั๋วเครื่องบินด้วย
  • DVD Double layer แผ่นละตั้ง 80 บาท ที่ไต้หวัน 25 เอง ไปไต้หวันคงต้อซื้อมาซักหลอด

 

เดินได้ไม่นานก็กลับ เริ่มเมาคน แล้วก็เริ่มหิวแล้วด้วย ช่วงนี้ไม่ได้เที่ยวเลย เด๋วคงกลับมาเขียนเรื่องราวในชีวิตไร้สาระในช่วนี้ต่อๆไป...เอ้อ แบต UPS ราคา 470 บาทนะ ชั้น 4 โซนของอะไหล่ ประกัน 1 ปี เปลี่ยนได้ที่ร้าน ....

January 13

India - Day 10 - Finale

สถานที่สุดท้ายของการเดินทางในครั้งนี้ กลับมายัง New Delhi อีกครา ครั้งนี้ได้เที่ยวตัวเมืองซักที หลังจากตื่นตาไปกับงานแต่งงานของเพื่อนอันอลังการ

เดินทางกลับมาด้วยเครื่องบิน Jet Star ของอินเดีย 6 พันกว่าบาทสำหรับตั๋วไปกลับ ซึ่งทัวร์ครั้งนี้ก็ไอ้นี่แหละที่แพงสุด แต่ก็ดี ได้ครบทุกรสชาติ กลับมาถึงเพื่อนก็มารับแล้วพาเราก็เริ่มลุยเมืองเลย

ที่แรกเป็นวัดซึ่งจำชื่อไม่ได้แฮะ เป็นวัดใหม่เอี่ยมที่หลายๆคนอาจจะเคยเห็นใน fwd เมลล์มาบ้าง อันนั้นเลย แต่.... วันที่ไปเป็นวันจันทร์ แล้วทำให้ได้รู้ว่า สถานที่ท่องเที่ยวของที่นี่ ปิดทุกวันจันทร์... ซะงั้น เพื่อนเราก็ไม่รู้ ขอโทษเป็นการใหญ่ ก็เสียดายๆอยู่แต่ก็ช่าง เลยถามไปว่างั้นพาไปดูรอบๆกับที่ที่ไม่ปิดก็ยังดีเพื่อนก็รีบรับคำแต่ก็ไม่วายโทรไปนู่นนี่วุ่นวายกลัวมันปิดอีก ตอนลงจากรถบนทางด่วนเพื่อมาชมวิวก็เล่นเอาเสียวไส้แล้ว มันเห็นเราชอบถ่ายรูป อยู่ๆก็จอดรถให้เราลงไปถ่ายซะงั้น รู้สึกเกือบตายคาเมืองอาบังเลย

หลังจากแห้วที่วัด เราเลยมาเดินเล่นที่สวนสาธารณะของเมือง ที่ที่มี memorial ของคานธีอยู่ ใครไม่รู้จักก็ควรจะกลับไปตั้งใจเรียนวิชโลกของเราให้มากขึ้นเดินเล่นไปเรื่อย สวนใหญ่ดีแต่ก็ไม่มีอะไร เพื่อนก็บอกไม่รู้ว่าที่เที่ยวที่อื่นจะเป็นยังไง คงเข้าไม่ได้เหมือนกันหมด ยังรู้สึกผิดไม่หาย

เราไปต่อกันที่ Red Fort ก็ได้แต่ชะโงก เพื่อนบอกถ้าเข้าไม่ได้นี่ลงไปเมื่อไหร่โดนขอทานรุมแน่ เลยแล่บๆไป ตามถนนก็เต็มไปด้วยผู้คน แถวๆนี้ประมาณชานๆเมืองหน่อยๆ ซักพักเราไปแวะในส่วนเมือง เอ้อ ส่วนเมืองก็ดีแฮะ แบบบ้านเราเลย ไม่น่าเชื่อว่าแค่ไม่กี่นาทีจากรอบเมืองที่เหมือนเพิ่งมีสงครามจะกลายเป็นรุ่งเรืองขนาดนี้ได้ เราแวะกันที่ประตูเมืองกับเขตรัฐสภา ที่ประตูเมืองฮามากเพราะคนแยะ เนื่องจากที่เที่ยวอื่นๆนั้นปิด อาบังเลยมาเที่ยวที่นี่แทน พอเราเดินไปจะไปถ่ายรูป เค้าดันคิดว่าเราเป็นดาราซะงั้น มาถ่ายรูป ขอถ่ายด้วย ขอจับมือ เอากันเข้าไป ตอนแรกนึกว่าเพื่อนเราเป็นฝรั่งเลยเหมาว่าเป็นดารา ดันมาทางเราด้วย สงสัยคิดว่าเราเป็นดาราญี่ปุ่น เออแปลกดี คงเป็นผลจากดูหนังมากเกินไป

จากนั้นก็ไปต่อกันที่เขตสำนักงานของรุฐบาล ซึ่งเนื่องจากเป็นเมืองขึ้นอังกฤษมาก่อน จึงเหมือนๆกับของแถวๆ Buckingham ที่ไปมา สวยงามยิ่งใหญ่ดี สมเป็นเมืองขึ้นอันดับต้นๆ ถ้าไทยเราไม่เข้มแข็งพอ คงมีแบบนี้ที่กรุงเทพไปแล้ว เริ่มมืดค่ำเราก็เลยต้องออกเดินทางไปหาที่พักกันต่อที่เพื่อนจองไว้ให้แล้ว เสียดายที่ไม่ได้โรงแรมเดิม เราต้องเปลี่ยนที่ไปอีกนิด ห้องแย่กว่าหน่อย แต่ก็สะอาดดีและเพื่อนก็จ่ายให้อีกแล้ว มันรวยจิงๆ คืนนั้นไปกินอาหารที่ร้านที่มันชอบ เราก็รอลุ้นว่าร้านจะเป็นแบบไหน นั่งรถเลี้ยวไปมา เอ๊ะ นี่มันโรงแรมที่มาเที่ยวผับก่อนงานแต่งนี่หว่า มันบอกใช่แล้ว ร้านมันชอบอยู่ในนี้ โอ้ว เริ่มเห็นภาพความหรู

ร้านเป็นร้านอาหารย่าง เห็นเตากันจะๆ มีเนื้อแกะ ไก่ และ lobster ความรูปก็สุดๆไปเลย ร้านอาหารในโรงแรม 5 ดาวเลย ทุกอย่างเนี้ยบ ราคาก็ใช่ย่อย สั่งไปแต่ละอย่างจานละพันต้นๆถึงสามพันกว่า มันบอกเต็มที่ๆๆ ก็เลย share ๆ กันทุกอย่างแหละ ก่อนหน้ากินก็จิบค๊อกเทลกันก่อน ทำให้ได้กิน Mojito เป็นครั้งแรก เจ๋งว่ะ บรรยากาศและอาหารวันนั้นเจ๋งมาก เป็นการส่งท้ายที่ได้ใจจิงๆ

 

เป็นอันจบการท่องเที่ยวอินเดีย ไม่น่าเชื่อว่าเขียนมาปีกว่า.... แล้วยังมีคนมาอ่านอยู่ด้วย คงได้เปลี่ยนมาอ่านอย่างอื่นบ้าง ระหว่างปีที่ผ่านมานอกจาไปออสเตรเลียแล้วก็ได้ไปเที่ยวหลายๆที่ ท่องอีสาน ไปรีสอร์ทสุดเจ๋งที่เมืองกาญ ไป Genting และ KL บลาๆๆ ปีนี้ก็มีหลายโปรแกรม ทั้งๆที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจจะไป blog ก็มีหลายที่เหลือเกิน facebook hi5 multiply หวังว่าไม่ลืมกันไปก่อน

 

 

 

จบทริปแล้วนะ แล้วมาดูซิว่าคราวหน้าจะเป็นที่ไหน....

 

นมัสเต

December 27

India - Day 9

วันนี้เป็นวันสุดท้ายในการท่องเที่ยวแพ๊คเกจนี้ และเป็นวันที่ไม่มีไปแพลนอะไรมากเลยนอกจากชิวๆ หนีผู้คนในเมืองไปยังสวนสาธารณะที่ไปเจอมาเมื่อวาน ห้องพักสบายมากๆ กินอาหารเช้าบนดาดฟ้า อากาศดีๆ เฮ้อ... ไม่น่าเชื่อว่าจะหาแบบนี้ได้ที่อินเดีย

 

ไปถึงที่ก็จ่ายค่าเข้าเล็กน้อย 10 รูปี มิน่าคนมันน้อย เพราะเก็บเงินนี่เอง เราอยู่กันที่สวนนี้เกือบทั้งวัน นั่งอาบแดด พูดคุย นอนกลางวัน ก็เดินเล่นไปมาทำให้รู้ว่าวิวตรงนี้เห็นปราสาทครบแฮะ แต่น่าเสียดายที่ฟ้าไม่เปิด แต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะมีวันเปิดมั้ย เห็นไปที่ไหนๆก็มีหมอกๆอย่างนี้ตลอดเลย ชิวกันจนเริ่มเย็นๆ ก็กลับไปหาอะไรกินใกล้ๆโรงแรม ก็ไปกินที่ดาดฟ้าตึกใกล้ๆ วิวก็ดีเช่นกัน กินตั้งแต่ตอน 5 โมงกว่าๆ เลยยังไม่มีคน อาหารได้รวดเร็วและอร่อยด้วย

 

พอเย็นๆลงก็เห็นว่าไปนั่งเรือชมวิวกันดีกว่า เนื่องจากเมื่อวานเราออกเดินเที่ยวแล้วก็ได้มาถามไว้แล้ว เรือมีถึง 2 ทุ่มแน่ะ แต่เรากะไปให้พอดีพระอาทิตย์ตก ก็ออกเรือไปรอบๆทะเลสาบ วิวดีมากๆ ยามเย็นแบบนี้ เหมาเรือมาเองก็เลยได้ดั่งใจ จะหยุดจะวนยังไงก็ได้ ทำให้เห็นว่าพระราชวังในเกาะนี้สวยจิงๆ จะเช่าก็ได้ด้วย ต้องจ่ายตังซักสิบล้านมั้ง ก็มีดารามาใช้แล้วจิงๆด้วย

 

บรรยากาศหมดลงรวดเร็วจิงๆ ทริปอินเดียครั้งนี้เกือบเสร็จสิ้นแล้ว เดินเที่ยวเมืองเป็นครั้งสุดท้าย หลุดไปร้านขายของเนปาลสองพี่น้อง พูดคุยดีเลยนั่งคุย ชงชามาให้กินด้วย ซื้อกระเป๋าให้น้องที่บ้านได้พอดีเลยด้วย กลับที่พักด้วยอารมณ์ชิวๆ อินเดียคืนที่ไร้คนกำลังจบลง....

 

ครั้งหน้าสุดท้ายแล้ว หมดปีพอดี เด๋วเอาคลิปมาให้ดูด้วยดีกว่า ได้มาจากเพื่อนพอดีเลย ^_^

 

Adios!

December 16

India - Day 8

ตื่นขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย นอนหลับสบายทีเดียวแต่ก็ไม่พออยู่ดี เที่ยวโหดมาหลายวันแล้ว...

ลงจากรถไฟจัดแจงข้าวของขึ้นรถ คันนี้ใหญ่กว่าเดิมอีก  ที่นั่งแยกอิสระหน่อย ก็ชิวๆซักพักก็ถึงที่พักติดทะเลสาบของเรา

Udaipur เป็นเมืองที่ติดทะเลสาบสองแห่ง อยากรู้ลอง google ดูได้ มีปราสาท 4 แห่ง บนเนิน ริมทะเลสาบ เกาะกลางทะเลสาบ และบนยอดเขา เรียกรวมเป็นปราสาทสี่ฤดู สมชื่อี่เป็นเมืองที่มีคนรวยและจนระดับโลกอยู่ด้วยกัน

ที่พักสบายมากๆ บรรยากาศก็ติดทะเลสาบจิงๆ มีวิวเป็นเมืองทั้งเมือง แอบเห็นลิบๆก็เป็นวัดฮินดู และก็เป็นที่แรกที่เราไปเที่ยวกัน วัดแห่งนี้ตั้งอยู่กลางเมืองติดกับตลาดเลย และก็เป็นหินอ่อนสูงขึ้นมากลางเมืองเลย ตอนไปถึงมีพิธีอะไรก็ไม่รู้ คนเยอะยั้วเยี้ย ถามความได้ว่าเค้ามาดูรูปปั้นองค์ใหม่ เราก็มองไม่เห็นหรอกนะ ก็เดินไปรอบๆ ฟังไกด์อธิบายไป ลวดลายก็เจ๋งดี หินอ่อนหมดเลย เหมือนจะเย็นแต่ส่วนที่โดนแดดก็ร้อนเปรี้ยงเลย

ที่เด็ดสุดคือมีต้นไม้อยู่ในกรงเหล็กล๊อกแน่นหนาอยู่ เราก็ถามไกด์ไปก่อนเลยว่าต้นกะเพราใช่ป่ะ เค้าก็บอกใช่แล้ว...เหอๆๆ คือมันจะมีบางส่วนของอินเดีย(รู้สึกจะเป็นที่นี่แหละ) นับถือต้อนกะเพราแบบว่าบูชาเลย เค้าจะเด็ดแค่ใบมากินใบเดียวแล้วกราบไหว้ ถ้ามาผัดนี่ผิดเลย ก่อนมาอาเคยบอกแล้ว นึกว่าล้อเล่น มีจิงๆด้วยแฮะ

ออกมาจากวัดเราก็ไปปราสาทกัน ไปได้แต่อันที่เป็นบนเนินที่อยู่ในเมือง ที่เหลือทั้งหมดเค้าไม่ให้เข้า เค้าให้เช่าจัดงาน น่าน รวยมั้ยนั่น ปราสาทที่เข้าไปนั้นตั้งอยู่บนเนิมตามหลักยุทธศาสตร์ เป็นหินแข็งแรง ด้านบนเป็นสวนด้วย หรูหรามาก ข้างในกว้างขวางและได้รับการปรับปรุงอย่างดี อย่างว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่เรียกว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวของแท้ ถ้าบ้านเราก็ประมาณภูเก็ตได้

จากปราสาทนี้ก็จะเห็นปราสาทที่เหลือและวิวขิงทั้งเมืองสมเป็นปราสาทหลักของเมือง ปราสาทกลางเกาะเป็นสีขาวสวยงานเต็มเกาะ ปราสาทริมทะเลสาบสีส้มสดใสตัดกับต้นไม้เขียวขจี ถ้ามีเงินเหลือซักร้อยล้านคงจัดงานแต่งที่นี่ได้...ถูกครับ ราคาประมาณนั้นถ้าจัดแบบครบชุด

ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ด้วยซึ่งที่เจ๋งสุดคือรูปปั้นม้าศึก เมืองนี้ไม่มีช้าง เลยไปรบชนช้างไม่ได้ ใช้ม้าใส่หน้ากากช้างแทน ตอนแรกคิดว่าไกด์มั่วอีกแล้ว เจอรูปปั้น งงไปเลย สมัยก่อนใช้ม้าเป็นช้างโดยใส่หน้ากากจริงๆ อยากเห็นตอนสู้กันแฮะ คงแปลกดี

หลังจากเที่ยวจนหนำใจ ก็ไปชมบรรยากาศในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง สวยดีนะ แต่ก็ไม่มีไร ระหว่างนั้นเราก็คุยกันว่า ที่นี่มันสบายดี น่าจะปิคนิคกัน อืม ไอเดียน่าสน เมืองนี้บรรยากาศมันดี อยู่นิ่งๆบ้างก็ดี ระหว่างที่รอเพื่อนไปนวดสมุนไพร(ไม่ได้ลองเพราะรู้สึกเสียดุลไงก็ไม่รู้ถ้าไปนวดที่นู่น) อีกส่วนหนึ่งก็มาซื้อของกินที่ตลาดเพื่อจะไว้ปิคนิคในวันพรุ่งนี้ เพราะมันมีสวนอีกแห่งนึงวิวดีมาก คนก็น้อย ซึ่งอย่างหลังนี่หายากมากในประเทศนี้

วันนี้ได้เดินเที่ยวในเมืองเล็กน้อย เป็นเมืองเดียวที่เดินเที่ยวได้ ก็เดินดูของมากมาย ร้านค้าก็เล็กๆย่อยๆ คุยได้สบายๆ เหมือนเมืองท่องเที่ยวแถวบ้านเรา

ซื้อของเล็กน้อยแล้วเราก็กลับที่พักรอปิคนิควันรุ่งขึ้น วันสุดท้ายของทัวร์อินเดีย...แต่ยังไม่จบนะ ยังมีลัดเลาะ New Delhi อีกหนึ่งวัน

ติดตามกันต่อไป..... นะ มัด เต ...

 

ปล. สุดท้ายก็เขียนปีนึงไม่จบจนได้ เฮ้อ! -_-

October 13

India - Day 7

ตื่นเช้าขึ้นมาด้วยบรรยากาสที่สดใส เมืองนี้น่าอยู่กว่าเมืองที่ผ่านๆมา ดีกว่า Delhi อีกนะ เมื่ออาหารลงท้อง เราก็เดินทางกันต่อ

เช้านี้เราก็ได้ไปจุดท่องเที่ยวของเมืองแห่งแรก คือส่วนที่เป็นปราสาทเก่าของเมือง เรียกกันง่ายก็คือมันเป็นหอพักบวกกำแพง ดูรูปคงจะเข้าใจได้มากขึ้น และก็สีสดใสสมชื่อเมืองที่เป็นหินสีชมพูจิงๆ... เอ หรือนี่เองที่เค้าเรียกว่าชมพูทวีป ก็ว่ากันไป....

จุดแรกแค่แวะ ไกด์บอกต้องออกไปดูปราสาทนอกเมือง จะเป็นสีเหลือง อ๊ะ เปลี่ยนสีกันงี้เลย ออกเดินทางต่อไปยังนอกเมือง ข้างทางดูดีขึ้น ซักพักก็เป็นขึ้นเนินเขา แล้วก็ลอดกำแพงเมืองเลยทำให้รู้ว่าเข้าเขตปราสาทอีกแห่งแล้ว....

พอถึงก็อึ้งไปเลย... ไม่น่าเชื่อว่าใหญ่มาก มีปราสาทที่เชิงเขา สูงขึ้นไปเป็นป้อมทหาร แล้วภูเขาที่รายร้อมก็เป็นกำแพงเมืองโดยรอบเกือบมิด กำแพงนี่ประมาณกำแพงเมืองจีนเลย ข้างในอลังการมาก อยากเห็นตอนมันยังรุ่งเรืองจิงๆ

เดินไปมาจนหมด ก็ออกมาแวะร้าน tourist trap เล็กน้อย คือร้านขายของพื้นเมือง ซึ่งยังไงไกด์มันก็ต้องพาไปแวะจนได้ แล้วเราก็ซื้อจนได้ ได้ผ้าพันคอสีแดงมาฝากแม่กับพี่ (ซึ่งสุดท้ายก็ไม่มีใครใช้ -_- ไม่รู้จะซื้อมาทำไมเหมือนกัน พอกันกับพี่สาว ที่ของฝากได้มาเป็นของแจกฟรีเอามาให้ทุกที)

ต่อไปเราก็พุ่งตรงไปยังเขตเมืองเพื่อไปดู ทุ่งดาราศาสตร์ อาจจะงงกับชื่อเล็กน้อย จิงๆคือสถานที่ที่สร้างอุปกรณ์การดูดาวเอาไว้ ซึ่งดูจากรูปเอาจะเห็นได้ดีกว่า จะมีเป็น ที่ใช้กับดวงดาว กับเครื่องบอกเวลากับแสงแดด ซึ่งมันตรงมาก แทบไม่น่าเชื่อ คนอินเดียนี่เก่งเรื่องคำนวณจิงๆแฮะ

ถัดไปก็เป็นพระราชวังใหม่ ข้างในยังมีราชวงศ์อยู่จริงๆ ก็จะเป็นอะไรที่ใหม่หน่อย มีพิพิธภัณฑ์มากมาย ที่ชอบสุดก็ พิพิธภัณฑ์อาวุธ เสียดายที่ถ่ายรูปไม่ได้ เราเข้ากันไปก่อนนักเรียนกลุ่มใหญ่เข้ามา โชคดีมาก เพราะแค่สวนกันก็เหมือนจะเป็นดาราอีกแล้ว มีแต่คนมาขอถ่ายรูปด้วย จนต้องรีบหนีขึ้นรถ

สุดท้ายเราก็ไปสุดที่สถานีรถไฟ เพื่อออกเดินทางไปยังเมืองต่อไป Udaipur ซึ่งต้องนั่งรถไฟข้ามคืน หลงในขบวนรถไฟเล็กน้อย ดันอ่านตั๋วผิด หลุดไปอยู่ชั้น 3 กว่าจะหาเจอก็เหนื่อยเลย รถไฟที่นี่เหมือนเมืองไทยค่อนข้างมาก แต่ของไทยหรูกว่าสะอาดกว่า แต่ที่นี่ก็สบายนะ อย่างน้อยก็หลับกันยาว หลังจากนั่งคุยกันค่อนคืน ก็ทุกอย่างมันผ่านไปเร็วมาก คุยกันจนหลับกันไปข้างนึงเรย....

แล้วจะต่อกันใหม่ที่เมืองแห่งทะเลสาบ... Udaipur

ฉึกฉักๆๆๆๆๆๆๆ.......

 

Nawapoom Lohajarernvanich

Occupation
Location
Interests
Drink first, ask later